วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

หงส์แดงเฉือนไบรท์ตันเข้ารอบหวิว 2-1 เจิดลงสำรอง



         "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทำให้แฟนๆต้องลุ้นเหนื่อย หลังบุกไปเอาชนะ ไบรท์ตัน ทีมจากลีกแชมเปี้ยนชิพ 2-1 โดยเกมนี้ เครก เบลลามี่ ประเดิมประตูแรกหลังกลับมาร่วมทีมอีกครั้งได้สำเร็จ ในศึกคาร์ลิ่ง คัพ อังกฤษ รอบสาม เมื่อคืนวันพุธที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา

 วันพุธที่ 21 กันยายน 2554
 
ฟุตบอล คาร์ลิ่ง คัพ รอบ 3

 ไบรท์ตัน (แชมเปี้ยนชิพ) 1 - ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก) 2 
สนาม : อเมริกัน เอ็กซ์เพรสส์ คอมมิวนิตี้ สเตเดี้ยม


         หงส์แดง เกมนี้ขาด มาร์ติน สเคอร์เทล กับ ชาร์ลี อดัม สองนักเตะที่ติดโทษแบน ส่วน สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด หายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมนี้ โดยคู่หน้าในเกมนี้เป็น เครก เบลลามี่ กับ หลุยซ์ ซัวเรซ ส่วนเจ้าบ้าน ไบรท์ตัน ส่ง เครก แม็คเคล สมิธ เป็นทีเด็ดแดนหน้า บิเซนเต้ โรดริเกซ เป็นแค่สำรองเช่นกัน

         เริ่มเกมมาเป็น ลิเวอร์พูล ที่เป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่ แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดๆเกินๆ

         นาทีที่ 7 เป็นลิเวอร์พูล ที่ได้ประตูขึ้นนำเร็ว จากจังหวะที่ หลุยซ์ ซัวเรซ จะจ่ายเข้าเขตโทษให้ เครก เบลลามี่ หลุดไปยิงที่เลียดเสียบเสาซ้ายส่งบอลกลิ้งสู่ก้นตาข่ายอย่างเฉียบขาด 1-0

         นาทีที่ 17 หงส์ได้เสียวต่อ จากบอลโด่ง หลุยซ์ ซัวเรซ แย่งโขกบอลลอยสูงย้อนไปเสาขวา แคสเปอร์ อังเคอร์เกรน จะออกมาตัดแต่ไม่ถึง เค้าท์ พยายามเข้าโหม่งเบียดกับกองหลังบอลปลิ้นตกกำลังจะข้ามเส้นแต่แข้งไบรท์ตัน ยังมาหวดทิ้งได้ทันพอดี

         นาทีที่ 29 ทีมเยือนมีจังหวะน่าจะได้เพิ่มอีกครั้ง ซัวเรซ ได้บอลหลุดเข้าเขตโทษไปเดี่ยวๆ แต่เวลามีน้อยรีบยิงหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย

         นาทีที่ 42 แฟนลิเวอร์พูล กุมหัวด้วยความเสียดายในจังหวะนี้ จากฟรีคิก 35 หลา เครก เบลลามี่ ขอยิงเอง สับด้วยขวาเต็มแรง ลูกพุ่งเป็นจรวดไปกระแทกคานก่อนตกลงพื้นเด้งออกไป

         ท้ายครึ่งแรกทีมเยือนทำได้ดีอีกครั้งเมื่อกองหลัง ไบรท์ตัน โขกไม่ดี เจย์ สเปียริ่ง เก็บตกจังหวะสองได้ก่อนสับไกด้วยขวาจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งเรียดเช็ดโคนเสาออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย พร้อมทั้งจบครึ่งแรกด้วย ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายออกนำ 1-0

         เริ่มครึ่งหลังมาได้สองนาที โคอาเตส ก็ทำพลาดเมื่อรับบอลสั้นจากเรน่าแล้วโยนบอลข้ามฟากไปเข้าทางให้ เคร็ก นูน ที่จับบอลก่อนซัดจากระยะประมาณ 25 หลาทางกราบขวา แต่บอลกระทบคานเต็มๆ

         เกมของเจ้าบ้านดีขึ้นทันตาเห็น เป็นฝ่ายกดดันหงส์แดงอย่างต่อเนื่อง และเกือบได้เฮในนาทีที่ 54 จากการต่อบอลกันเป็นทอดๆแล้วสแปร์โรว์ได้พักอกในเขตโทษด้านซ้ายก่อนจะซัดจาก 12 หลา ทว่า เรน่า พุ่งเซฟไว้ได้

         ไบรท์ตัน ยังพับสนามบุกใส่ทีมเยือนอย่างเมามัน และสเปียริ่งมาได้ใบเหลืองในนาทีที่ 59 จากการทำฟาวล์บัคลีย์ แต่นาทีต่อมาไบรท์ตันต้องเปลี่ยนบัคลีย์ที่เริ่มเป็นตะคริวออกให้บิเซนเต้ โรดริเกซลงไปแทน

      นาทีที่ 76 สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามมาแทน หลุยส์ ซัวเรซ ซึ่งนับเป็นการคืนสนามของเจ้าตัวในรอบ 6 เดือน

      น.81 ท้ายเกม ลิเวอร์พูล มาได้ประตูฝังเมื่อได้จังหวะสวนกลับ มักซี่ โรดริเกซ พาบอลจี้เข้าไปหน้าเขตโทษ ก่อนไหลออกขวาให้ เดิร์ค เค้าท์ หลุดเข้าไปยิงเล่นทางผ่านตัว อังเคอร์เกรน เข้าไปทางเสาสอง ลิเวอร์พูล หนีห่างไปเป็น 2-0

         เกมทำท่าจะจบลง แต่นาทีสุดท้าย เจย์ สเปียริ่ง ดันไปเสียดายบอลในเขตโทษไม่ยอมเตะทิ้ง บิเซนเต้ โรดริเกซ ฉกบอลไปได้ ทำให้ เจมี่ คาร์ราเกอร์ จำเป็นต้องพุ่งเสียบ

     ผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ เป่าเป็นจุดโทษทันที และเป็น แอชลีย์ บาร์นส์ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ให้เจ้าถิ่นไล่ตามมาเป็น 1-2 แต่ก็ไม่ทัน จบเกม ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายผ่านเข้ารอบไปได้แบบลุ้นเหนื่อย



รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
         ไบรท์ตัน :แค สเปอร์  อันเคอร์เกรน , อินยิโก้ กัลเดรอน , กอร์ดอน เครียร์ , สตีฟ คุ๊ก ,โรแม็ง แว็งซ์โลต์, วิลล์ บัคลีย์ (บิเซนเต้ โรดริเกซ น.60) , เลียม บริดคัทท์ ,อลัน นาวาร์โร่ (แอชลีย์ บาร์นส์ น.78) ,แม็ตต์  สแปร์โรว์ (คาเซนก้า ลัวลัว น.78) , เคร็ก นูน , เคร็ก แม็คเคล สมิธ
         สำรอง : ปีเตอร์ เบรโซวาน , ลูอิส ดังค์  , เมาริซิโอ ทาริคโก้ , ยาเซอร์ คาซิม

         ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ เรน่า , มาร์ติน เคลลี่ (จอน ฟลานาแกน น.86) , แจ็ค โรบินสัน , เจมี่ คาร์ราเกอร์ , เซบาสเตียน โคอาเตส , ลูคัส เลว่า , เจย์ สเปียริ่ง , มักซี่ โรดริเกซ , เดิร์ก เคาท์ , เคร็ก เบลลามี่ , หลุยส์ ซัวเรซ (สตีเว่น เจอร์ราร์ด น.76)
         สำรอง : อเล็กซานเดอร์ โดนี่  , สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ,แดนนี่ วิลสัน , จอนโจ้ เชลวีย์ , แอนดี้ แคร์โรลล์

         ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์



กัปตันจี กลับมาลงสนามเกมแรกในรอบ 6 เดือน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น